หลายองค์กรเริ่มให้พนักงานใช้ AI ช่วยร่างเอกสาร สรุปการประชุม หรือตอบคำถามลูกค้า คำถามแรกที่ตามมามักไม่ใช่ "AI เก่งแค่ไหน" แต่เป็น "ข้อมูลที่พิมพ์เข้าไป ไปอยู่ที่ไหน"

Private AI เป็นคำตอบหนึ่งของคำถามนี้ บทความนี้อธิบายว่า Private AI คืออะไร ต่างจาก AI สาธารณะตรงไหน และเหมาะกับงานแบบไหน

AI สาธารณะทำงานอย่างไร

เมื่อพนักงานพิมพ์ข้อความลงในบริการ AI สาธารณะบนอินเทอร์เน็ต ข้อความนั้นจะถูกส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ การเก็บรักษาและการนำข้อมูลไปใช้เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย และหลายบริการประมวลผลอยู่นอกประเทศ

ถ้าเป็นงานทั่วไป เช่น ร่างอีเมลนัดประชุม หรือถามความรู้ทั่วไป เรื่องนี้แทบไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อข้อมูลเป็นสัญญา ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลลูกค้า หรือตัวเลขทางการเงิน หลายองค์กรมีนโยบายไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้ออกนอกระบบที่ควบคุมได้

Private AI คืออะไร

Private AI คือการนำโมเดล AI มาทำงานบนระบบที่องค์กรควบคุมเอง — เซิร์ฟเวอร์อยู่ในองค์กร ข้อความที่พนักงานส่งเข้า AI จึงประมวลผลภายในขอบเขตนั้น ไม่ต้องส่งออกไปหาผู้ให้บริการ AI ภายนอก

องค์กรกำหนดเองได้ว่า

  • ใครใช้ได้บ้าง และใช้กับข้อมูลชุดไหน
  • เก็บบันทึกการใช้งานอะไร นานเท่าไร
  • เชื่อม AI กับระบบภายในตัวไหน เช่น เอกสารระเบียบบริษัท หรือฐานข้อมูลงานขาย

AI สาธารณะกับ Private AI ต่างกันตรงไหน

AI สาธารณะ Private AI
ข้อมูลประมวลผลที่ เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ระบบที่องค์กรควบคุม
ใครกำหนดเงื่อนไขการเก็บข้อมูล ผู้ให้บริการ องค์กร
ให้ AI ตอบจากเอกสารภายใน ต้องส่งเอกสารออกไปที่ผู้ให้บริการ ทำได้ภายในเครือข่ายขององค์กร
แบ่งสิทธิ์และงบรายทีม ขึ้นกับแพ็กเกจของผู้ให้บริการ กำหนดเองได้
เริ่มใช้งาน สมัครแล้วใช้ได้ทันที ต้องติดตั้งและตั้งค่าก่อน

AI สาธารณะเริ่มได้เร็วกว่า ส่วน Private AI ให้องค์กรควบคุมได้มากกว่า — สองแบบนี้ตอบโจทย์ต่างกัน

เมื่อไหร่ควรใช้ Private AI

Private AI เหมาะเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ข้อมูลอ่อนไหว — ข้อมูลบุคคล ข้อมูลลูกค้า การเงิน หรือสัญญา
  • มีนโยบายห้ามข้อมูลออกนอกองค์กร จากฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายตรวจสอบ หรือหน่วยงานกำกับ
  • อยากให้ AI ตอบจากเอกสารขององค์กรเอง เช่น ระเบียบการลา สวัสดิการ หรือคู่มือสินค้า พร้อมบอกว่าคำตอบมาจากเอกสารไหน
  • อยากคุมค่าใช้จ่ายและสิทธิ์ใช้งานเป็นรายทีม แทนการให้แต่ละคนสมัครบริการเอง

รูปแบบที่ TTNC มีให้

TTNC Technology มีสามรูปแบบที่ใช้ร่วมกันได้

  • Private AI — วางทั้งแพลตฟอร์มและโมเดล AI ในองค์กร บนเซิร์ฟเวอร์ GPU มาตรฐาน ซอฟต์แวร์ของเราไม่ผูกกับยี่ห้อใดยี่ห้อเดียว ข้อมูลอยู่ในองค์กร
  • Platform Gateway — ติดตั้งแพลตฟอร์มในองค์กรโดยไม่ต้องมีเครื่อง GPU เอง แล้วเชื่อมผ่านช่องทางที่เข้ารหัสไปใช้โมเดล AI ที่ศูนย์ข้อมูล TTNC ในประเทศไทย
  • Token Factory — วางชั้นประมวลผล AI (เครื่อง GPU) ในองค์กร ส่วนชั้นควบคุมสิทธิ์และบันทึกการใช้งานใช้ที่ TTNC เหมาะกับทีมที่ต้องการกำลังประมวลผล AI ของตัวเองให้นักพัฒนาและแอป แยกคีย์และดูการใช้งานรายทีมได้

บนแพลตฟอร์มเดียวกันมีโมดูลสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น People Intelligence สำหรับงาน HR

เริ่มแบบไหนก่อนก็ได้ ย้ายไปอีกแบบภายหลังได้โดยไม่ต้องเขียนระบบใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีเครื่อง GPU เองไหม ไม่จำเป็น Platform Gateway ใช้โมเดลที่ศูนย์ข้อมูล TTNC ในประเทศไทย ถ้านโยบายขององค์กรต้องการให้ข้อมูลอยู่ในองค์กรทั้งหมด จึงวางเครื่องในองค์กรแบบ Private AI

AI ตอบภาษาไทยได้ดีแค่ไหน ขึ้นกับโมเดลที่เลือก เราเลือกใช้โมเดลที่รองรับภาษาไทย และแนะนำให้ทดสอบกับเอกสารจริงขององค์กรก่อนเริ่มใช้งาน

ใช้ Private AI แล้วถือว่าทำตาม PDPA ครบเลยไหม ไม่มีระบบใดทำให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายครบได้ด้วยตัวเอง Private AI ช่วยลดความเสี่ยงด้วยการให้ข้อมูลอยู่ในขอบเขตที่องค์กรควบคุม ควบคู่กับนโยบาย การกำหนดสิทธิ์ และการกำกับดูแลขององค์กร

AI จะตัดสินใจแทนพนักงานไหม แนวทางของเราคือ AI เสนอ คนตัดสิน — AI ช่วยค้น ร่าง และสรุป ส่วนคนตรวจและตัดสินใจ เป้าหมายคือ ทีมเท่าเดิม รับงานได้มากขึ้น

ขั้นต่อไป

ถ้าองค์กรของท่านกำลังเริ่มวางแผนใช้ AI อ่านต่อได้ที่ เริ่มใช้ AI ในองค์กร: 5 คำถามที่ควรตอบก่อนเลือกระบบ หรือติดต่อทีมงาน TTNC Technology เพื่อขอดูเดโม ที่ Project.Sales@ttnctechnology.com