"ลาพักร้อนได้กี่วัน" · "ค่าทันตกรรมเบิกได้เท่าไร" · "ไปพบลูกค้าต่างจังหวัด เบิกค่าเดินทางอย่างไร"

คำถามแบบนี้เข้ามาหาทีม HR ทุกวัน คำตอบมีอยู่แล้วในระเบียบของบริษัท แต่พนักงานหาไม่เจอ หรือไม่แน่ใจว่าอ่านถูกฉบับ AI ช่วยตอบคำถามเหล่านี้จากเอกสารของบริษัทได้ — โดยมีเงื่อนไขสำคัญสามข้อ: บอกแหล่งที่มา แบ่งสิทธิ์ตามบทบาท และให้คนตัดสินเรื่องที่เป็นการตัดสินใจ

งานแบบไหนที่ AI ช่วย HR ได้

AI ช่วยได้ดี ให้คนตัดสิน
ตอบคำถามระเบียบที่ถามซ้ำ: วันลา สวัสดิการ การเบิกจ่าย ขั้นตอนต่าง ๆ อนุมัติคำขอ เช่น ลา เบิก หรือเปลี่ยนตำแหน่ง
ค้นข้อความจากคู่มือพนักงานและประกาศหลายฉบับ เรื่องวินัย การประเมินผล และค่าตอบแทนของแต่ละคน
สรุปเอกสารยาวให้อ่านเร็วขึ้น ตีความกรณีที่ระเบียบเขียนไว้ไม่ชัด

หลักที่เราใช้คือ AI เสนอ คนตัดสิน — เป้าหมายไม่ใช่ให้ AI ทำงานของ HR แต่ให้ ทีมเท่าเดิม รับงานได้มากขึ้น และมีเวลากับงานที่ต้องใช้คนจริง ๆ

ทำไมคำตอบต้องบอกว่ามาจากเอกสารไหน

AI ตอบผิดได้ ถ้าคำตอบไม่มีที่มา ทั้งพนักงานและ HR ก็ตรวจไม่ได้ว่าถูกหรือผิด

คำตอบที่ดีควรยกข้อความจากเอกสารต้นทางมาให้เห็น เช่น ชื่อระเบียบและข้อที่อ้าง ผลที่ได้คือ

  • พนักงานเชื่อคำตอบได้ เพราะเห็นข้อความจริงของบริษัท
  • HR ตรวจได้เร็ว ถ้าคำตอบอ้างผิดข้อ ก็รู้ทันที
  • เอกสารที่เขียนไม่ชัดหรือขัดกันเองจะถูกพบเร็วขึ้น เพราะ AI ยกข้อความนั้นขึ้นมาให้เห็น

สิ่งที่ควรเตรียม: ใช้เฉพาะเอกสารฉบับล่าสุดที่อนุมัติแล้ว และเอาฉบับเก่าออกจากคลัง ไม่ให้ AI ยกระเบียบที่ยกเลิกไปแล้วมาตอบ

แต่ละบทบาทต้องเห็นข้อมูลไม่เท่ากัน

ระบบ HR มีข้อมูลบุคคลของพนักงานทุกคน การใส่ AI เข้าไปจึงต้องแบ่งสิทธิ์ให้ชัด

บทบาท ควรเห็น
พนักงาน ระเบียบของบริษัท และข้อมูลของตัวเอง ผ่านพอร์ทัลพนักงาน
หัวหน้าที่เปิดรับคนเข้าทีม ข้อมูลผู้สมัครในตำแหน่งที่ตัวเองรับผิดชอบ — ไม่เห็นทะเบียนพนักงานทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ HR ข้อมูลที่ต้องใช้ทำงานประจำวัน
ผู้จัดการ HR · ผู้ดูแลระบบ ภาพรวม และการตั้งค่าระบบตามสิทธิ์

อีกสองเรื่องที่ควรมีตั้งแต่วันแรก

  • คนที่ยื่นเรื่อง อนุมัติเรื่องของตัวเองไม่ได้ — ควรบังคับด้วยระบบ ไม่ใช่แค่เขียนไว้ในนโยบาย
  • บันทึกการใช้งาน — ใครสั่งอะไร เมื่อไร ตรวจย้อนหลังได้

ข้อมูลพนักงานคือข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อ AI อ่านข้อมูลพนักงาน คำถามเรื่องข้อมูลไปประมวลผลที่ไหนสำคัญขึ้นทันที

  • ถ้าองค์กรต้องการให้ข้อมูลอยู่ในองค์กรทั้งหมด เลือกแบบ Private AI ที่วางทั้งแพลตฟอร์มและโมเดลในองค์กร
  • ถ้ายอมให้ประมวลผลในประเทศภายใต้สัญญาได้ Platform Gateway ให้แพลตฟอร์มอยู่ในองค์กร และใช้โมเดลที่ศูนย์ข้อมูล TTNC ในประเทศไทย

ทั้งสองแบบช่วยลดความเสี่ยงด้วยการให้ข้อมูลอยู่ในขอบเขตที่องค์กรควบคุม ส่วนการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังต้องอาศัยนโยบายและการกำกับดูแลขององค์กรเองด้วย

People Intelligence — โมดูล HR บนแพลตฟอร์มของ TTNC

People Intelligence (Pi) เป็นโมดูล HR ที่มีองค์กรใช้งานจริงแล้ว (เราไม่เปิดเผยชื่อลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต)

  • Chat with HR ตอบคำถามระเบียบเป็นภาษาไทย พร้อมยกข้อความจากเอกสารต้นทางมาแสดง
  • พอร์ทัลพนักงาน แยกจากหน้าจอทำงานของ HR
  • สิทธิ์ตามบทบาท — หัวหน้าที่รับคนเห็นเฉพาะผู้สมัคร ไม่เห็นทะเบียนพนักงาน
  • คนยื่นเรื่องอนุมัติเรื่องของตัวเองไม่ได้ บังคับด้วยระบบ
  • บันทึกการใช้งาน ว่าใครทำอะไร
  • เข้าใช้ด้วยบัญชีของบริษัท เช่น Microsoft 365

เริ่มอย่างไร

  1. รวมเอกสาร — คู่มือพนักงาน ระเบียบสวัสดิการ ประกาศที่ยังใช้ เฉพาะฉบับล่าสุด
  2. เลือก 20 คำถามที่ถามบ่อยที่สุด จากอีเมลหรือแชตที่ HR ได้รับ
  3. ทดสอบกับทีม HR ก่อน — ตรวจทั้งคำตอบและข้อที่อ้าง แก้เอกสารที่เขียนไม่ชัด
  4. เปิดให้พนักงานกลุ่มเล็ก แล้ววัดผล เช่น จำนวนคำถามที่ตอบได้เอง และเวลาที่ HR ได้คืน
  5. ขยายทั้งองค์กร เมื่อตัวเลขพอใจ

คำถามที่พบบ่อย

AI ตอบผิดได้ไหม ได้ จึงออกแบบให้คำตอบแสดงข้อความจากเอกสารต้นทางให้ตรวจได้ และให้ HR ตรวจคำตอบในช่วงทดลองก่อนเปิดใช้กว้าง

พนักงานจะเห็นข้อมูลของคนอื่นไหม ไม่ควรเห็น พนักงานใช้พอร์ทัลของตัวเอง และสิทธิ์ของแต่ละบทบาทกำหนดในระบบ

ต้องมีเครื่อง GPU เองไหม ไม่จำเป็น เริ่มด้วย Platform Gateway ได้ ถ้านโยบายต้องการให้ข้อมูลอยู่ในองค์กรทั้งหมด จึงวางเครื่องในองค์กรแบบ Private AI

ขั้นต่อไป

ขอดูเดโม People Intelligence หรือส่งรายการคำถามที่ HR ได้รับบ่อยมาให้ทีมงาน TTNC Technology ช่วยประเมินที่ Project.Sales@ttnctechnology.com อ่านเพิ่ม: Private AI คืออะไร · เริ่มใช้ AI ในองค์กร: 5 คำถามที่ควรตอบก่อนเลือกระบบ